Warning: Declaration of Menu_With_Description::start_el(&$output, $item, $depth, $args) should be compatible with Walker_Nav_Menu::start_el(&$output, $item, $depth = 0, $args = Array, $id = 0) in /home/thecode1/public_html/childsafetourism.org/wp-content/themes/childsafe_v2/functions.php on line 692
วันท่องเที่ยวโลก: “ช่วยกันปกป้องคุ้มครองเด็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ”

Child Safe Tourism

September 26, 2011

วันท่องเที่ยวโลก: “ช่วยกันปกป้องคุ้มครองเด็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ”

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – 26 กันยายน 2554

ในขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเฟื่องฟูด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จำเป็นจะต้องมีการปกป้องคุ้มครองเด็กที่มีความเปราะบางจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศของนักเดินทาง
คำกล่าวเตือนจากองค์การศุภนิมิต- องค์กรให้ความช่วยเหลือนานาชาติ

คำเตือนที่เผยแพร่เนื่องในวันการท่องเที่ยวโลก (วันอังคารที่ 27 กันยายน) ออกมาพร้อมกับตัวเลขผู้เดินทางเข้าประเทศล่าสุดของประเทศไทยที่มีอัตราเติบโตต่อปีร้อยละ 26 (11.17 ล้านคน) ในช่วงหกเดือนแรกของปี พ.ศ. 2554 แม้กระทั่งประเทศที่ห่างไกลจากอันดับเช่นประเทศลาวยังมีผู้ไปเยือนปีที่แล้วถึง 2.5 ล้านคน ในอันดับที่ใกล้เคียงกับประเทศกัมพูชา  ในขณะที่เวียดนามมีผู้มาเยือนถึง 5 ล้านคน

องค์การศุภนิมิตกล่าวว่าแม้จะมีการเติบโตของตัวเลขนักท่องเที่ยวและความเสี่ยงต่อเด็กที่เป็นผลตามมาก็ตาม เรายังเชื่อว่านักท่องเที่ยวที่รับผิดชอบจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาได้ องค์กรกำลังรับสมัครนักท่องเที่ยวที่ระมัดระวังความปลอดภัยและมองหาการปกป้องคุ้มครองเด็กในระหว่างเดินทางในภูมิภาค และจะขอให้อุตสาหกรรมการเดินทางและผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีบทบาทในการสร้างสิ่งแวดล้อม “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก” เป้าหมายก็เพื่อทำให้ระบบนิเวศของธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหลายมีความปลอดภัยมากขึ้นต่อเด็กที่มีความเปราะบางในประเทศที่เป็นเจ้าบ้าน

รัฐบาลในลุ่มน้ำโขงได้ทำพันธสัญญาสำคัญที่จะยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับกุมผู้กระทำความผิดที่เป็นชาวต่างชาติ เพื่อสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง องค์การศุภนิมิตเชื่อว่าแนวทาง “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก” จะส่งเสริมเป้าหมายของรัฐบาลในลุ่มน้ำโขงที่ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนประเทศ และรับรองความปลอดภัยของเด็กไปพร้อมๆ กัน

ผู้จัดการธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็กของเวิร์ดวิชัน อาร์ติ คาพูร์ กล่าวว่า “ขอขอบคุณนโยบายสีเขียวที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีความตระหนักมากขึ้นถึงผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวมีความรับผิดชอบในการปกป้องคุ้มครองเด็ก เราจำเป็นจะต้องมีวิธีการเดียวกัน นักท่องเที่ยวจะต้องระมัดระวังต่อการปฏิบัติที่อาจทำให้เด็กตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่เจตนา และต้องมั่นใจว่าธุรกิจท่องเที่ยวปลอดภัยสำหรับเด็ก” อย่างไรก็ดี เธอเสริมว่าประเด็นปัญหาค่อนข้างจะซับซ้อนและภาคส่วนต่างๆ จะต้องทำงานร่วมกัน

เวิร์ดวิชันทำงานกับหน่วยงานต่างๆ และสื่อและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริม “ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก” และทำให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงที่เด็กๆ ต้องเผชิญและมีส่วนรับผิดชอบในผลกระทบของการท่องเที่ยวของตนเอง

ปัจจัยผสมผสานที่ทำให้เด็กตกอยู่ในความเสี่ยงในประเทศลุ่มน้ำโขงประกอบด้วย ความสิ้นหวังจากความยากจนและการกีดกันทางสังคม วัฒนธรรมที่อนุรักษ์นิยมแต่ก็มีความทันสมัยซึ่งพ่อแม่ไม่เข้าใจถึงความอยากรู้อยากเห็นของเยาวชนในเรื่องเพศและความเสี่ยงต่างๆ ที่ลูกหลานต้องเผชิญ และเทคโนโลยีของวิดีโอ อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือที่ทำให้สื่อลามกแพร่หลายอยู่ทั่วไป การมีเพศสัมพันธ์กับเยาวชนในลักษณะที่อันตราย และเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดทางเพศกับเด็กมีช่องทางเข้าถึงเด็กโดยผ่านห้องสนทนาและเกมต่างๆ

เด็กๆ ยังมีความเปราะบางเมื่อหนีออกจากบ้านที่แตกแยก ข่มเหงหรือยากจน และจบลงในสถานที่บนท้องถนน
เช่น สถานที่ตากอากาศชายทะเลในพัทยา ประเทศไทย หรือเสียมเรียบในกัมพูชา บ้านพักในนครวัตที่ทำให้พวกเขาอยู่ในความเสี่ยง

มิสคาพูร์ กล่าวว่ามีความคิดริเริ่มจำนวนมากที่จะยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในการเดินทางและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้เกิดความก้าวหน้าในระดับหนึ่ง กุญแจสำคัญในการเดินหน้ายุติการล่วงละเมิดนี้คือการสร้างพลังอำนาจให้กับเด็กและครอบครัว ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการปกป้องคุ้มครองเด็กของภาครัฐในลุ่มน้ำโขง และสร้างความตระหนักมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวถึงอันตรายที่เด็กๆต้องเผชิญ  แม้ว่าการจับกุมผู้กระทำผิดทางเพศกับเด็กจะเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยุติการพ้นโทษ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปกป้องคุ้มครองให้กับเด็กนับเป็นแนวทางที่ยั่งยืนมากที่สุดในการช่วยเหลือผู้ที่มีความเปราะบาง

มิสคาพูร์ กล่าวต่อไปว่า “การป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในธุรกิจท่องเที่ยว เราจะต้องให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา เพราะนั่นคือความหมายของคำว่า ธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยต่อเด็ก นักเดินทางที่มีความรับผิดชอบจะมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กในจุดหมายปลายทางของการเดินทางในแต่ละวัน ตัวอย่างเช่น การให้เงินกับเด็กขอทานหรือขายโพสท์การด์ในแหล่งเที่ยวยามค่ำคืนอาจจะดูเป็นวิธีช่วยเหลือที่ดี แต่เด็กก็ยังอยู่ตามท้องถนนอยู่ดี ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศให้เพิ่มมากขึ้น

นักท่องเที่ยวมีพลังของผู้บริโภคที่จะส่งผลกระทบต่อบริการต่างๆ จากอุตสาหกรรมการเดินทาง โรงแรมและร้านอาหาร และเราต้องทำให้ธุรกิจเหล่านี้ไม่ยอมให้เกิดการกระทำที่เป็นอันตรายกับเด็กหรือทำให้เด็กตกอยู่ในความเสี่ยง

คุณจะเป็นนักเดินทางที่ปลอดภัยต่อเด็กได้อย่างไร

1.  การกระทำของคุณ – อย่าให้เกิดการสัมผัสหรือพาเด็กออกไปตามลำพัง หากคุณพบเห็นบางอย่างที่น่าสงสัย
ให้รายงานทันที
2.  การสนับสนุนของคุณ – มีส่วนสนับสนุนการปกป้องคุ้มครองเด็กผ่านองค์กรท้องถิ่นที่มีชื่อ อย่าให้เงินกับเด็กที่มาขอเงิน
3.  รัฐบาลของคุณ – ภาครัฐของคุณดำเนินการอย่างไรกับผู้ที่กระทำผิดทางเพศกับเด็ก ที่เดินทางเพื่อมาล่วงละเมิดเด็ก