Warning: Declaration of Menu_With_Description::start_el(&$output, $item, $depth, $args) should be compatible with Walker_Nav_Menu::start_el(&$output, $item, $depth = 0, $args = Array, $id = 0) in /home/thecode1/public_html/childsafetourism.org/wp-content/themes/childsafe_v2/functions.php on line 692
Guest Posts @th | Child Safe Tourism

Child Safe Tourism

October 13, 2014

ปกป้องให้เด็กๆปลอดภัยบนโลกออนไลน์

การแสวงประโยชน์ทางเพศเด็กและศูนย์คุ้มครองเด็กออนไลน์  เทคโนโลยีดิจิตอลสำคัญสำหรับเด็กและเยาวชน พวกเขาใช้มันในการเรียนรู้ เล่น พูดคุยกับเพื่อนๆและแสดงออกทางความคิดในวิธีสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันรูปภาพ วีดีโอ บล้อค เล่นเกมส์หรือแม้กระทั่งทำโปรแกรมด้วยตัวเอง โลกออนไลน์จึงเป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยโอกาสดีๆ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีดิจิตอลก็นำความเสี่ยงมาสู่เด็กได้เช่นกัน มีการเชื่อมโยงกันระหว่างการทารุณกรรมเด็กในบริบทท่องเที่ยวและเทคโนโลยีดิจิตอล ผู้ทารุณกรรมทางเพศเด็กมักที่จะใช้มันในการเข้าไปล่อลวงเด็กๆเพื่อการทารุณกรรมทางเพศ ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการลดความเสี่ยงต่อเด็กและช่วยให้พวกเขาปลอดภัยได้ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กจะต้องเข้าใจว่าเด็กกำลังทำอะไรบนโลกออนไลน์และพูดคุยกับเขาถึงความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้น เคล็ดลับที่ดีสุดสำหรับผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก 1. สอบถามดูเว้บไซด์ที่เด็กเข้าเยี่ยมชม – การทำเช่นนี้คุณสามารถรู้ว่าเด็กกำลังทำอะไรอยู่และกิจกรรมหลักของเขามีอะไรบ้าง และโดยการจดบันทึกชื่อเว้บต่างๆที่เด็กเข้าชม คุณสามารทกลับเข้าไปตรวจสอบได้เวลาเด็กไม่อยู่ และเรียนรู้การตั้งค่าให้ปลอดภัยและเรียนรู้วิธีในการรายงานแก่ผู้สร้างเว้บไซด์โดยตรง 2. แน่ใจว่าโปรไฟล์ของเด็กได้ถูกตั้งค่าใว้เป็นส่วนตัว – เครือข่ายทางสังคมออนไลน์อย่างเช่น เฟสบุ้ก อินสตาแกรมและยูทูบจะถูกใช้โดยเด็กๆในการแบ่งปันข้อมูล รุปภาพและทุกๆอย่างที่พวกเขาทำ ควรที่จะส่งเสริมตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไปที่ไพรแวท เพื่อที่จะให้เฉพาะเพื่อนๆเท่านั้นที่สามารถเห็นเนื้อหา ( เพื่อนเหล่านี้ควรเป็นเพื่อนที่เขารู้จักจริงๆและคนที่เขาใว้ใจในโลกความเป็นจริง) พวกเขาควรที่จะคิดถึงข้อมูลที่ใส่บนโลกออนไลน์ เพราะว่ามันสามารถที่จะถูกนำไปโพสต์ใหม่โดยที่เจ้าของกระทู้ไม่ได้อนุญาต ถ้าเกิดข้อมูลนี้ตกไปอยู่กับผู้ที่ไม่หวังดี ก็อาจเกิดความเสี่ยงในโลกความจริงได้ เพราะว่าพวกเขาอาจนำไปหาที่อยู่จริงของเด็กได้ 3. ถามเด็กเกี่ยวกับเพื่อนบนโลกออนไลน์ – เรารู้ว่าบางคนโกหกบนโลกออนไลน์และบางครั้งพวกเขาก็สร้างสถานะที่ไม่เป็นจริง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กควรจะเข้าใจในสิ่งนี้ เด็กและเยาวชนไม่ควรจะให้ข้อมูลส่วนตัวให้กับบุคคลอื่นนอกเหนือจากเพื่อนที่เขารู้จักในโลกความเป็นจริง คุณควรพูดคุยถึงวิธีที่ทำให้เด็กปลอดภัยบนโลกออนไลน์ และถ้าเกิดเขาจะไปเจอใครจริงๆก็ควรพาเพื่อนที่เขารู้จักไปด้วยและบอกพ่อแม่ว่าจะไปไหน     4. ตั้งค่าควบคุมของผู้ปกครองบนคอมพิวเตอร์ของลูกคุณ รวมถึงโทรศัพท์และเครื่องเล่นเกมส์ – การตั้งค่านี้สามารถป้องกันเด็กจากการดูเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและอาจจะผิดกฏหมาย คุณสามารถที่จะปรับค่าเหล่านี้ตามอายุและความสามารถของเด็ก คุณยังสามารถตั้งค่าเพื่อป้องกันเด็กเล่นเกมส์หรืออินเตอร์เน็ตนานเกินไป การตั้งค่าเหล่านี้ไม่มีค่าใช้จ่ายและคุณสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง หรือคุณสามารถโทรหาบริษัทผู้ให้บริการเพื่อที่จะช่วยคุณหรือเข้าไปในเว็บไซด์ CEOP’s ในหน้าหลักอค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม  5. คุยกับลูกของคุณเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิตอลและความเสี่ยงออนไลน์ – ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กจะพบกับสถานการณ์ที่เขารู้สึกไม่สบายใจหรือบางอย่างที่เขาไม่อยากที่จะเห็น โดยการพูดคุยกับเขาในเรื่องความเสี่ยงนี้จะทำให้เด็กคุยกับคุยมากขึ้นหากเขาพบเห็นสิ่งใดที่ทำให้เกิดความกังวล  6. รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือได้จากที่ไหนหากคุณกังวลเกี่ยวกับลูกของคุณ – ในสถานการณ์ฉุกเฉินกรุณาติดต่อตำรวจท้องที่ของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและวิธีการช่วยให้เด็กปลอดภัยบนโลอออนไลน์ …

Read more
August 14, 2014

เด็กๆจะเป็นอย่างไร

ความเห็นจากผู้เข้าเยี่ยม – Willem Niemeijer, ผู้ค้นพบและประธานของ Khiri Travel อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวใด้สร้างงานสำหรับประชากร 1/11 คนต่อประชากรทั้งหมดทั่วโลก จากรายงานที่จัดทำโดย WTTC (การท่องเที่ยวและผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว 2557) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสร้างงานมากที่สุดเป็นอันดับสองรองมาจากการว่าจ้างงานด้านการศึกษา ซึ่งจ้างงานบุคลากรมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลกโดยตรง และประมาน 265 ล้านคนโดยอ้อม และเป็นอุตสาหกรรมพิเศษที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่รู้จักกับบุคลากรเหล่านี้โดยตรง บุคลากรและธุรกิจเหล่านี้ยังมีอำนาจในการประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นจากสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ตัวแทนทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนมีโอกาสมากมายในการติดต่อกับคนในทุกระดับ สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนสามารถร่วมมือกันในการเผชิญกับปัญหาการแสวงประโยชน์และการทารุณกรรมเด็ก  แผนงานได้ถูกเตรียมใว้แล้วโดยองค์กรพัฒนาเอกชนอย่างเช่นองค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นเนล เครือข่ายเด็กปลอดภัยและศุภนิมิต องค์กรเหล่านี้มีประสบการณ์หลายปีในการทำงานกับเด็กและครอบครัวที่ประสบปัญหา พวกเขารู้ว่ามันยากที่จะขจัดวงจรปัญหาความยากจนที่บังคับให้เด็กต้องไปขายดอกไม้ ของชำร่วยหรือขอทานบนท้องถนน และเด็กกลุ่มนี้ก็เลือกใช้ชีวิตแบบนี้มากกว่าการไปโรงเรียนและใช้ชีวิตเด็กโดยอิสระและขาดผู้ดูแล  ส่วนใหญ่แล้วงานจะเริ่มด้วยการสร้างความตระหนักในด้านการอบรมและการให้ข้อมูลเป็นหลัก บริษัท Khiri Travel ร่วมมือกับศุภนิมิตได้เกิดขึ้นชัดเจนและเป็นแรงบันดาลใจ เราได้นำหลักสูตรอบรมใว้ในคู่มือและการอบรมเจ้าหน้าที่ในบริษัทเป้นระยะๆ รวมถึงการจัดทำเอกสารแผ่นพับสำหรับแขกในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารการประชุมและเวทีสนทนาต่างๆของเรา สิ่งนี้เป็นเพียงก้าวแรกของเราในความมุ่งมั่นในเรื่องการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เราตั้งเป้าหมายที่จะขยายการสนับสนุนเพิ่มแก่องค์กรทางสังคมอื่นๆที่ช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่เปราะบางในการอบรมหรือการสร้างงานให้พวกเขาในภาคธุรกิจท่องเที่ยว เราขอเชิญชวนท่านให้การสนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมผ่านแผนกงานด้านการกุศลชอง Khiri Reach (ซึ่งเงินบริจาคของคุณทั้งหมดจะถูกนำไปให้องค์กรพัฒนาโดยตรง) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่เยี่ยมสถานที่ๆเสี่ยงสามารถที่จะช่วยเหลือชุมชนเหล่านี้มากกว่าการเยี่ยมชมเฉยๆเพราะว่าการป้องกันเด็กคือหน้าที่ของเราทุกคน 

Read more
February 14, 2014

การเดินทางสู่การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

ความเห็นจากผู้เข้าเยี่ยม – Aarti Kapoor, Program Manager of Project Childhood Prevention Pillar คุณรู้จักสถานการณ์ดี เวลาคุณไปยังสถานที่ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านในชนบทหรือแหล่งท่องเที่ยวในเมืองที่แออัดแล้วคุณก็เห็นเด็ก เด็กกลุ่มนี้ก็เข้ามาหาคุณอย่างมั่นใจ บางครั้งพวกเขาก็มาเป็นกลุ่มเพื่อที่จะขายหมากฝรั่งหรือผลไม้ หรือบางครั้งก็ถือเพียงขันเพื่อที่มาขอเหรียญจากคุณ มันเป็นปฏิบทที่คุณจะต้องเห็นการยืนหยัดและความยากจนในเวลาเดียวกัน มันยากมากที่คุณจะรู้วิธีตอบสนองต่อสถานการณ์เหล่านี้ โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน หลายๆครั้งฉันเองก็เจอกับสถานการณ์แบบนี้หลายครั้งเช่นกัน โครงการเสาหลักป้องกันเด็กปฐมวัยดำเนินงานบนมารตาฐานการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเพื่อที่จะป้องกันเด็กจากการแสวงประโยชน์ทางเพศในบริบทการท่องเที่ยว ในฐานะที่เป็นผู้จัดการโครงการ ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่มีโอกาสทำงานเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเด็กๆ การเดินทางบนพื้นฐานการเดินทางที่ปลอดภัยสำหรับเด็กของดิฉันได้รวมความต้องการในการเดินทางส่วนตัวและความรู้ของดิฉันเกี่ยวกับการป้องกันเด็ก สิ่งต่อไปนี้คือหนึ่งในสิ่งที่ดิฉันพบเห็นบนเส้นทางนี้  เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในขณะที่กำลังเดินทางในเอเชีย ดิฉันและเพื่อนร่วมเดินทางตัดสินใจที่จะขี้นไปนั่งบนหลังอูฐและนอนพักคืนบนทะเลทราย เพื่อที่จะไปพบปะกับคนท้องถิ่นในวันรุ่งขึ้น คนนำทัวร์ได้แนะนำให่เราเอาขนมหวานไปให้เด็กท้องถิ่น แต่เราเลี่ยงและจะให้ของเล่นเด็กแทนเพราะคิดว่ามันไม่ดีสำหรับฟันของพวกเขา  เราได้เดินทางพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทัวร์อีกสองคนและอูฐของพวกเขา หลังจากเดินทางไปได้สองสามชั่วโมงเราก็ได้เห็นกระท่อมหลายหลังที่อยู่รอบกระท่อมที่ดูใหญ่ ในขณะที่เรากำลังเข้าสู่หมู่บ้านนั้นก็มีเด็กๆกลุ่มหนึ่งวิ่งออกมาหาเรา เด็กๆวิ่งเข้ามาหาเราอย่างตื่นเต้นและจับมือเราและเริ่มที่จะสัมผัสเสื้อผ้าของพวกเราในขณะที่มองดูพวกเราอย่างสงสัย ฉันเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวที่เด็กๆทำเช่นนี้ พยายามที่จะเรียกร้องความสนใจจากเรา มีเด็กหลายคนมากที่พวกเขารอบเราเต็มไปหมด ทันใดนั้นเด็กก็เริ่มค้นตัวพวกเรา เด็กคนหนึ่งล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าของงฉัน ในขณะที่อีกคนล้วงมือไปในสร้อยข้อมือของฉัน และอีกคนก็ดึงกางเกงฉันขึ้นมาและจับสร้อยข้อเท้าที่ฉันเพิ่งซื้อมาในเมือง และไม่นานเด็กๆก็พยายามขอเงินจากพวกเรา และขอสร้อยข้อมือและสร้อยข้อเท้าของพวกเรา มีผู้หญิงในหมู่บ้านรีบวิ่งเข้ามา เราคิดว่าจะเข้ามาช่วยพาเด็กๆออกไป แต่พวกเขากลับสนับสนุนให้เด็กๆพยายามขอเงินจากพวกเราต่อไป สิ่งนี้ทำให้ฉันรู้สึกครอบงำ  สิ่งนี้ทำให้ฉันคิดว่ามีนักท่องเที่ยวมากมายมาที่หมู่บ้านนี้และเด็กพวกนี้ก็ได้รับผลกระทบโดยตรง เด็กๆและคนในหมู่บ้านเห็นนักท่องเที่ยวเป็นผู้ให้ของขวัญไม่ว่าจะเป็นเงิน สร้อยประดับ หรือสิ่งของอื่นๆก็ตาม  เราเริ่มรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์นี้ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เราจึงมอบถุงของเล่นไปให้ผู้นำทัวร์ของเราคนหนึ่งและคิดว่าเขาจะช่วยดูแลให้เด็กๆได้ ทันใดนั้นเด็กก็รีบวิ่งเข้ามาเอาถุงจากมือของผู้นำทัวร์ มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาแย่งทั้งถุง …

Read more
January 8, 2014

การทำงานเพื่อปกป้องเด็กที่พิการ

ความเห็นจากผู้เข้าเยี่ยม – Laurie Ahern, ประธาน Disability Rights International มีเด็กประมาณ 8-10 ล้านคนพักอาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กทั่วโลก โดยเฉพาะเด็กที่เกิดมาพิการเป็นส่วนที่เปราะบางที่จะถูกลืม ในบางประเทศหมอสนับสนุนให้พ่อแม่ทิ้งลูกที่พิการ และในบางประเทศเด็กที่พิการถูกมองว่าเป็นคำสาปหรือการลงโทษต่อครอบครัว แต่ในหลายๆกริณี ครอบครัวจะดูแลเด็กเหล่านี้ได้ถ้ามีการสนับสนุนเพียงพอ ประมาน 95% ของเด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กมีพ่อหรือแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างน้อยหนึ่งคนหรือมีญาติที่รู้จัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นความพิการ ความยากจน และการกีดกันทางสังคมที่ส่งเด็กส่วนใหญ่กลุ่มนี้ไปยังสถานเลี้ยงเด็ก ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา องค์การ Disability Rights International (DRI) ได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของเด็กพิการเหล่านี้ที่ถูกบังคับให้ทนอยู่ในสถานเลี้ยงเด็ก เด็กไม่ควรจะเติบโตในสถานเลี้ยงเด็ก โดยเฉพาะเป็นที่ๆอันตรายสำหรับเด็กพิการ เด็กและเยาวชนที่พิการมีโอกาสเสี่ยงต่อการทารุณกรรมมากกว่าเด็กปกติ เมื่อเด็กกลุ่มนี้ถูกแยกออกจากการดูแลของครอบครัวมายังสถานเลี้ยงเด็กที่มีผู้ดูแลหลายคนพวกเขาจะมีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากกว่าเด็กกลุ่มอื่นๆต่อการทารุณกรรมและแสวงประโยชน์ เด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กที่ถูกค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณี การค้าอวัยวะและการค้าแรงงาน และในประเทศที่คิดว่าเด็กบริสุทธ์เป็นยารักษาโรคเอดส์ ผู้ญิงและเด็กหญิงพิการมีโอกาสที่จะถูกข่มขืนซ้ำมากกว่าคนปกติถึงสามเท่า อาจเนื่องจากข้อสมมุติฐานที่ว่าพวกเขามคความพิการพวกเขาเป็นผู้บริสุทธ์ เพราะฉะนั้นเด็กพิการจึงเป็นเป้าหมายที่ง่ายของผู้ทารุณกรรมทางเพศ ส่วนใหญ่แล้วเด็กกลุ่มนี้มีข้อด้อยจากการคุ้มครองเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้พิการเนื่องจากจะไม่มีตำรวจเชื่อในสิ่งที่บอกหรือถูกมองว่าสิ่งที่พวกเขาพูดไม่มีความสำคัญเนื่องจากความพิการของพวกเขา  บริษัททัวร์หลายแห่งในประเทศที่กำลังพัฒนามีโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงอาสาให้นักท่องเที่ยวในสถานเลี้ยงเด็ก ส่วนใหญ่แล้วอาสาสมัครเหล่านี้ไม่ได้ถูกตรวจสอบประวัติมาก่อนและการติดต่อกับเด็กในสถานเลี้ยงเด็กจะไม่มีการควบคุมโดยผู้ดูแล สิ่งนี้ทำให้การเข้าถึงกลุ่มเด็กเปราะบางนั้นง่ายขึ้น องค์การ DRI ยังค้นพบว่ามีเด็กและวัยรุ่นพิการที่มีข้อบกพร่องทางด้านการพัฒนาได้หายตัวไปจากบ้านพักและถูกบังคับให้ใช้แรงงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและเอื้อต่อการแสวงประโยชน์ในบ้านของเจ้าหน้าที่สถานเลี้ยงเด็ก    ส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่ที่ต้องการที่จะดูแลลูกที่พิการจะไม่ได้รับการสนับสนุนหรือการช่วยเหลือใดๆ และถึงแม้ว่ามีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าสถานเลี้ยงเด็กอันตรายต่อการพัฒนาและความเป็นอยู่ของเด็ก ก็ยังมีการใช้งบประมานนับล้านเหรียญสหรัฐในการสร้างสถานเลี้ยงเด็กพิการทั่วโลก แทนที่จะไปสนับสนุนครอบครัวของเด็ก การบริการชุมชนและการศึกษาแทน จากการรณรงค์ทั่งโลกเพื่ออยุดการเลี้ยงเด็กในสถานเลี้ยงเด็ก องค์การ DRI ได้พยายามที่จะหาเสียงสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ทั่วโลกที่จะยุติการรับเลี้ยงเด็กในสถานเลี้ยงเด็ก กรุณาคิดให้รอบครอบก่อนจะอาสาสมัครหรือไปเยี่ยมเด็กๆในสถานรับเลี้ยงเด็ก แต่ควรมองหาโอกาสที่จะสนับสนุนครอบครัวและชุมชนที่สามารถดูแลเด็กแทน ท่านสามารหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอันตรายของการเลี้ยงเด็กในสถานเลี้ยงเด็กและผลกระทบของการท่องเที่ยวสถานเลี้ยงเด็กต่อเด็กได้ที่นี่

Read more
December 5, 2013

วันอาสาสมัครนานาชาติ: การท่องเที่ยวเชิงอาสาช่วยหรือทำร้ายเด็ก

ความเห็นจากผู้เข้าเยี่ยม – Daniela Papi, ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งหนึ่ง ฉันรู้สึกว่าฉันต้องอดทนต่อข่าวร้าย ระหว่างการตอบคำถามของฉันในรายการ Tedx ที่ฉันได้คุยเกี่ยวกับปัญหานี้กับการท่องเที่ยวเชิงอาสา และสิ่งที่ฉันได้เขียนก่อนหน้านี้ ฉันต้องการที่จะเริ่มว่า ฉันไม่คิดว่าการอาสาสมัครเป็นสิ่งที่เลวร้าย ฉันไม่คิดว่าการท่องเที่ยวเชิงอาสาเป็นสิ่งที่แย่ และฉันก็ไม่คิดว่าบริษัทที่มีโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงอาสานั้นแย่เช่นกัน ที่จริงแล้วฉันเองก็เคยทำสิ่งเหล่านี้มาหมดแล้ว : การเดินทางเป็นอาสาสมัครรอบโลกและก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยวเชิงอาสาขึ้นมา ซึ่งสุดท้ายจะก็ปรับบริษัทให้เป็นบริษัทพัฒนาด้านการศึกษาและสนับสนุนการสมัครงานของเด็กฝึกงานเชิงอาสาต่อไปในโครงการที่ฉันทำงานด้วย  ถึงแม้ว่าฉันไม่คิดว่าการอาสาสมัครเป็นสิ่งที่เลวร้าย สิ่งที่ฉันคิดอาจเป็นสิ่งเลวร้าย นั่นก็คือการที่คนหลายคนก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยวเชิงอาสา หรือจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงอาสาขึ้นมา เพราะว่าการกระทำที่เลวร้ายต่างๆจะเกี่ยวข้องกับการทำให้เด็กให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย  ประเด็นเกี่ยวกับความปลอดภัยของเด็กเรื่องใหญ่ประเด็นหนึ่งได้มีการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวเชิงอาสา นั่นก็คือการเติบโตของการท่องเที่ยวสถานเลี้ยงเด็ก หรือการท่องเที่ยวเชิงอาสาในสถานเลี้ยงเด็ก สำหรับคนที่ยังไม่เคยเที่ยวประเทศกัมพูชา กานา เนปาล หรือยูกันดา มาก่อนคุณอาจะต่อต้านเมื่อได้ยินคำว่า การท่องเที่ยวสถานลี้ยงเด็ก ใครกันสามารถปล่อยให้เด็กกำพร้าเป็นจุดอยุดพักชมของนักท่องเที่ยวได้ แต่สำหรับคนที่เคยเดินทางไปเป็นอาสาสมัครช่วงวันอยุดยังประเทศเหล่านี้ ในทุกวันนี้ การแพร่หลายของการท่องเที่ยวสถานเลี้ยงเด็กได้กลับกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ  โดยธรรมชาติแล้วการพานักท่องเที่ยวหรืออาสาสมัครระยะสั้นๆที่ยังไม่ได้ผ่านการอบรมหรือการเรียนรู้มาที่บ้านของเด็กที่เปราะบาง ไม่ว่าจะไม่กี่ชั่วโมง ไม่กีวัน หรือไม่กี่เดือนก็ตามสามารถที่จะนำไปสู่ปัญหามากมายต่อไปนี้:  แยกเด็กออกจากครอบครับของพวกเขา – องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติได้เสนอรายงานเปิดเผยข้อมูลว่ามีเด็กจำนวนมากในสถานเลี้ยงเด็กที่ยังมีผู้ปกครองคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคน ในประเทศกัมพูชามีประมาณว่าเด็ก 76% ที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กมีผู้ปกครองอย่างน้อยหนึ่งคนที่มีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กจะกล่าวว่าเด็กไม่ควรที่จะถูกพรากออกจากผู้ปกครองและการเลี้ยงดูเด็กโดยผู้ปกครองถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแต่ ก็ยังมีพ่อแม่เด็กที่สนับสนุนให้เด็กไปอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กเพราะเชื่อว่าเด็กจะได้รับโอกาสที่ดีกว่า ปัญหาการผูกพันธ์ของเด็ก – ความไม่สม่ำเสมอของความผูกพันธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าเยี่ยมเด็กและอาสาสมัครสามรถส่งผลกระทบระยะยาวต่อเด็กได้ เพราะว่าเด็กๆจะคิดว่าพวกเขากำลังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เข้าเยี่ยมอยู่  คอร์รัปชั่น – ได้มีรายงานว่าสถานเลี้ยงเด็กบางแห่งดำเนินงานเป็นธุรกิจที่หวังผลตอบแทนเจ้าของสถานเลี้ยงเด็กบางแห่งก็ปล่อยให้สถานเลี้ยงเด็กคงสภาพเดิมเพื่อหาเงินบริจาคเพิ่มมากขึ้น  การแสวงประโยชน์จากเด็ก – เด็กถูกกระทำเหมือนเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว บ่อยครั้งที่เด็กๆถูกนำออกมาจากโรงเรียนเพื่อมาให้ถ่ายรูปหรือแสดงละเล่นต่างๆให้นักท่องเที่ยว เด็กบางคนยังถูกส่งออกไปบนถนนตอนกลางคืนเพื่อที่จะชักชวนให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมสถานเลี้ยงเด็ก ความเสี่ยงต่อการทารุณกรรมทางเพศ – เมื่อนักท่องเที่ยวหรืออาสามัครไม่ได้ผ่านการตรวจสอบประวัติและมีการปฏิสัมพันธ์กับเด็กโดยขาดการดูแล ย่อมทำให้เด็กๆอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการทารุณกรรมมากขึ้น ยังมีอีกหลายกลุ่มที่บ่งบอกสถานการณ์แย่แบบนี้ของเด็กๆ กลุ่มรณรงค์ต่างๆ …

Read more
September 2, 2013

องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ: ภาพรวมสถิติการทารุณกรรมเด็กในทวีปเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

โพสต์โดย- คุณ อะมะลี แมคคอยเจ้าหน้าที่ชำนาญการพิเศษด้านการคุ้มครองเด็กระดับภูมิภาคจากองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติสำนักงานเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก การทารุณกรรม การทอดทิ้ง ความรุนแรง และแสวงประโยชน์จากเด็กนั้นแพร่กระจายมากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ผลกระทบต่อเด็กสามารถเกิดขึ้นได้ทันที ส่งผลในระยะยาวและเสียหานมากมาย จากงานวิจัยขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติที่ได้ถูกเผยแพร่ในปี 2555 การปฏิบัติที่ไม่ดีต่อเด็ก: การแพร่หลาย สถานการณ์และผลกระทบในทวีปเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้ยืนยันแนวโน้มการทารุณกรรมเด็กในรูปแบบที่กล่าวมา งานวิจัยยังได้รวบรวมข้อค้นพบที่ได้จากการศึกษา 364 กรณีที่ได้ถูกตรวจสอบโดยระบบที่ทันสมัยและถูกตีพิมพ์ระหว่างปี 2543-2553 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การปฏิบัติที่ไม่ดีต่อเด็ก: การแพร่หลาย สถานการณ์และผลกระทบจากการปฎิบัติที่ไม่ดีต่อเด็กในภูมิภาคนี้  การศึกษาอย่างเป็นระบบนี้ได้เปิดเผยกรณีศึกษาเชิงคุณภาพหลายกรณีเกี่ยวกับการแพร่หลายและเหตุการณ์ที่เด็กได้ถูกทารุณกรรมทางร่างกาย ทางเพศและทางจิตใจ ข้อมูลสถิติหลายตัวน่าเป็นห่วงซึ่งรวมถึงสิ่งต่อไปนี้: การแพร่หลายของการทารุณกรรมทางร่างกายอย่างรุนแรงเกิดขึ้นกับเด็ก 9% และเกือบจะ 1 ใน 4 คนของเด็กทั้งหมดในภูมิภาคนี้ ระหว่าง 14% ถึง 30% ของเด็กชายหญิงรายงานว่าเคยถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต วัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่เคยถูกทารุณกรรมทางเพศหรือทางร่างกายในวัยเด็กมีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ 4 เท่าในการคิดหรือพยายามที่จะฆ่าตัวตาย เปรียบเที่ยบกับคนอื่นๆ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลกรณีศึกษาเกี่ยวกับการแพร่หลายและกรณีของการค้าเด็กเพื่อการแสวงประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตามได้มีกรณีศึกษาจำนวนหนึ่งที่ได้ถูกเปิดเผยตัวเลขและสภาพความเป็นอยู่ของเด็กที่ค้าประเวณี ตัวอย่างเช่น:  ในประเทศเวียดนาม: ในปี 2553 กรณีศึกษาขององกรทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติและกระทรวงช่วยเหลือคนพิการและกิจการสังคมได้ค้นพบว่าประมาน 15% ของผู้ค้าประเวณีหญิงเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี  ในประเทศไทย:ในปี …

Read more
April 11, 2013

ความมุ่งมั่นของ Intrepid Travel ที่จะปกป้องเด็กให้ปลอดภัยในภาคธุรกิจท่องเที่ยว

การช่วยเหลือเด็กๆให้ปลอดภัยจากการแสวงประโยชน์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของ Intrepid Travel ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทด้านการท่องเที่ยวผจญภัยทั่วโลก ได้เริ่มดำเนินการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปี 2532 บริษัทนี้ดำเนินงานอยู่ใน 120 ประเทศทั่วโลกและได้พานักท่องเที่ยวราว 100,000 คนต่อปีไปท่องเที่ยวยังที่ต่างๆ ทีมงานของนักเดินทางที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก หรือ Child Safe Tourism (CST) ได้พูดคุยกับผู้จัดการของ Intrepid คุณ เจน คราวช์ เพื่อที่จะหาว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การป้องกันเด็กเป็นเรื่องที่ Intrepid ใช้ในการดำเนินงาน  CST: Intrepid เข้ามาทำงานเชิงรุกในเรื่องการปกป้องคุ้มครองเด็กได้อย่างไร JC: ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการดำเนินงานของบริษัท เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าทีม (ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 300 คนในทวีปเอเชีย) ได้มองเห็นความเสี่ยงของเด็กๆในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และได้พบเห็นพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงอย่างมากของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลาย บางรายก็แสวงประโยชน์จากเด็ก พวกเขาสังเกตเห็นเด็กๆทำงานในสภาพแวดล้อมที่เปราะบางอย่างเช่นเด็กที่ ขายดอกไม้ โปสการ์ด และเครื่องประดับในประเทศเวียดนาม  ขอทานบนท้องถนนในประเทศลาว ทำงานในสถานบันเทิงกลางคืนหรือตามสถานที่ๆมีชื่อสียงการค้าประเวณีในประเทศไทย แสดงในโชว์ต่างๆสำหรับนักท่องเที่ยวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ประเทศกัมพูชา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ Intrepid ใด้คุ้นเคยและเป็นเพื่อนกับเด็กๆท้องถิ่นเหล่านี้ พวกเขาก็เริ่มที่จะเข้าใจปัญหาของเด็กๆมากขึ้น พวกเขากระตือรือร้นที่จะช่วยในการสร้างสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นสำหรับเด็กๆ – เพื่อที่จะให้เด็กๆท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว แทนที่จะคงสภาพที่เลวร้ายของพวกเขาต่อไป ท้ายที่สุดแล้วการท่องเที่ยวควรที่จะให้ประโยชน์ทั้งแก่นักท่องเที่ยวและชุมชนต่างๆที่บริการ ความปลอดภัยและอนาคตของเด็กถือเป็นสิ่งสำคัญในความสัมพันธ์นี้  CST: Intrepid สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรที่ป้องกันเด็กในภูมิภาคนี้อย่างไร  …

Read more
January 11, 2013

สำนักงานท่องเที่ยวโลกเเห่งสหประชาชาติ: เเนวทางการปฏิบัตสู่การท่องเที่ยวที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

ความเห็นจากผู้เข้าเยี่ยม – Marina Diotallevi, ผู้จัดการโปรแกรม มิติทางจริยธรรมและสังคมของการท่องเที่ยว องค์การการท่องเที่ยวโลก มีนักท่องเที่ยวกว่า 1,000 ล้านคนที่เดินทางระหว่างประเทศตลอดปี 2555 จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจโลก ที่กำลังผลักดันการเติบโตและส่งเสริมความเข้าใจเชิงวัฒนธรรมไปทั่วโลก อย่างไรก็ดี มักมีการนำโครงสร้างพื้นฐานของการท่องเที่ยวไปใช้ในทางที่ผิดซึ่งมีจุดจบที่เลวร้าย เช่น การล่วงละเมิดเด็ก เราต้องไม่ลืมว่าการท่องเที่ยวก็มีศักยภาพในการเรียกคืนโครงสร้างขั้นพื้นฐานเดียวกันนี้และนำมาใช้ในการต่อสู้กับการแสวงหาประโยชน์ในเด็กทุกรูปแบบ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องรับทราบว่าการระบุการแสวงหาประโยชน์นั้นจะกระทำได้ด้วยวิธีการของผู้ได้รับผลประโยชน์หลายฝ่ายเท่านั้น องค์การการท่องเที่ยวโลก องค์การชำนาญพิเศษเฉพาะเรื่องของสหประชาชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบในการกระตุ้นให้เกิดปฏิบัติการร่วมในเรื่องการปกป้องคุ้มครองเด็ก เราสนับสนุนการเป็นพันธมิตรระหว่างประชาชนกับภาคเอกชน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีประชากรที่เดินทางท่องเที่ยวและประเทศจุดหมายปลายทาง และรักษาสัมพันธภาพที่เอื้อประโยชน์ระหว่างอุตสาหกรรมและภาคประชาสังคม องค์การการท่องเที่ยวโลก เริ่มรณรงค์สร้างจิตสำนึกในระดับนานาชาติในหัวข้อ “อย่าปล่อยให้การล่วงละเมิดเด็กมีโอกาสเดินทาง” ในปี พ.ศ. 2551 โดยความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ด้วยเจตนารมณ์เดียวกันนี้ องค์การการท่องเที่ยวโลกได้ประสานงานกับเครือข่ายการท่องเที่ยวโลก (เดิมคือคณะทำงานเพื่อการปกป้องคุ้มครองเด็กในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว) ในการปกป้องคุ้มครองเด็กมานานกว่าทศวรรษ เพื่อกระตุ้นความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจท่องเที่ยวให้มีความตระหนักและช่วยป้องกันและรายงานการล่วงละเมิดเด็กในสิ่งแวดล้อมของธุรกิจท่องเที่ยว (การแสวงหาประโยชน์ทางเพศ แรงงานเด็กและการค้ามนุษย์) ตัวอย่างเช่น ด้วยการวางมาตรฐานการปกป้องคุ้มครองเด็ก การสร้างศักยภาพและจิตสำนึกถึงความเสี่ยงของการแสวงหาประโยชน์เด็กจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เครือข่ายดำเนินงานภายใต้แผนงานตามนโยบายหลักขององค์การการท่องเที่ยวโลก หลักจรรยาบรรณการท่องเที่ยวโลก และแผนที่เส้นทางเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบ เครือข่ายประกาศอย่างชัดเจนว่า “การแสวงประโยชน์จากมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ขัดแย้งกับจุดประสงค์ขั้นพื้นฐานของการท่องเที่ยวและยังเป็นผลลบต่อการท่องเที่ยว” (มาตรา 2.3) ด้วยหลักการนี้ เครือข่ายได้ร่วมมืออย่างเกิดผลกับรัฐบาล องค์กรเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ สื่อสารมวลชนและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อทำงานขจัดการแสวงหาประโยชน์เยาวชนในธุรกิจท่องเที่ยว …

Read more

Latest Tweets